Senorita (Trailer)*edited*
Mr.&Mrs. Smith : Mondo Bongo (แปะไว้ ช่วยตอนบรรยายสภาพคาเมะเวลาเป็นสาวน้อย : หัวเราะ)
Chapter 1 “Sin city”
เสียงย่ำเท้ากับพื้นไม้ฟังดูกระวนกระวายไม่เเพ้กับหน้าตาของชายหนุ่มสองคนที่อยู่ภายในห้องนัก หนึ่งชายหนุ่มผิวขาวที่นอนเหยียดกายอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้อง มือใหญ่ยกแก้วกาแฟบราซิลจิบเป็นพักๆอย่างสบายอารมณ์ ผิดกับอีกหนึ่งหนุ่ม เจ้าของผิวเหลืองคร้ามแดดที่ออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มอย่างชาวบราซิลตวัดมองอีกคนด้วยอาการลำบากใจหนักหนา
“นี่ตกลงจะไม่ช่วยฉันแน่ๆแล้วใช่มั้ย...ไอ่คุณอาคานิชิ จิน?! “ ชายหนุ่มชาวพื้นเมืองถามอย่างเหลืออด ยิ่งเห็นอีกฝ่ายไม่ได้อนาทรร้อนใจดังตัวเองเเล้ว ยิ่งอยากคว้าแก้วในมือมันมาฟาดหน้าหล่อๆซักสามสี่ทีให้หายหมั่นไส้ ถ้าไม่ติดว่ากำลังอ้อนวอนมันอยู่นะ พ่อจะ......ฮึ่ม!!!!
“จะกลัวนักหนาอะไรวะ....กล้าเอาเงินไปเปิดบาร์ เเต่ไม่เรียกลูกค้า ประสาทรึเปล่า?” สายตาคมตวัดมองเพื่อนร่วมห้องด้วยกิริยากวนอารมณ์อวัยวะใต้เข่ายิ่งนัก ไม่ได้จะมีสามัญสำนึกเลยว่า ตัวเองกำลังเถียงกับเจ้าของห้องที่เอื้อเฟื้อให้ที่ซุกหัวนอน ริมฝีปากสีสดละเลียดรสกลมกล่อมของกาแฟต้นตำรับอย่างเสียดายรสชาติ ....ได้มาดื่มกาแฟบราซิลที่ประเทศต้นตำรับนี่มันดีจริงๆเลยน๊า~
“เออ ตอนนี้ประสาทจะแ-กหัวเเล้วว๊อย!! แกช่วยหน่อยเหอะ เเค่เอาหน้าหล่อๆเคล้ากลิ่นปลาดิบของแกไปโผล่บาร์ฉันในวันเปิดร้านเอง....อย่างน้อยก็เรียกลูกค้าผู้หญิงได้ล่ะวะ” เจ้าของบาร์มือใหม่เอี่ยมเเทบจะลงไปคุกเข่า ทำพิธีอัญเชิญทั้งเทพ ภูติผีปีศาจ จะอะไรก็เเล้วเเต่ที่ทำให้ไอ้หนุ่มเลือดญี่ปุ่นคนนี้ลากสังขารไปร้านได้
ชายหนุ่มผิวขาวจัด หรี่ตามองอีกฝ่ายน้อยๆ ทำเอาหนุ่มบราซิลข่มใจสุดกำลังที่ไม่ลุกไปทดสอบรองเท้ากีฬาใหม่กับเพื่อนตัวดี....เย็นไว้ลูก หน้า(มัน)คือเงิน เงินคืองาน บันดาลสุข!!....จินทำหน้าเหม็นเบื่อครั้งนึงเป็นการเยาะเย้ยก่อนจะล้มตัวกลิ้งเกลือกอยู่บนโซฟา เคาะนิ้วเบาๆกับแก้วกาแฟเเล้วกรอกตาขึ้นมองหน้าอีกฝ่าย เป็นภาษากายที่เจ้าของห้องต้องคิดเเล้วคิดอีกว่ามันจะบอกอะไรกัน? จนขยับตัวไปใกล้ๆนั่นละ ถึงได้รู้ว่า.....กาแฟหมดเเล้ว!!!
ถ้าไม่ติดว่าห่วงบาร์เหล้านะ พ่อจะฆ่าไอ้หล่อนี่หมกไร่กาแฟซะเลย!!!
“.....จะช่วยหรือเปล่าละ?” ง้อผู้หญิงยังง่ายกว่าลากไอ้จินมาช่วยงานเลย....เทพ ผีปีศาจตนไหนมาดลใจให้เจอไอ้จินวะเนี่ย~!!!! ชายหนุ่มเลือดบราซิลถามด้วยความหวังอันริบหรี่ เอ่อ.... ตอนนี้นี่มันคงจะดับเเล้วมั้งเนี่ย ความหวังที่ว่าจะให้จินมาช่วยเรียกลูกค้ามันหรี่ลงๆมาซักสองชั่วโมงได้เเล้วล่ะ
“ถ้านายยอมเเบกกาแฟจากไร่ให้ฉันเอากลับญี่ปุ่นได้ซักสามกระสอบน่ะ...ก็โอเค” ร่างสูงลุกขึ้นยืดตัวบิดขี้เกียจ ซ้ำยังหาวปากกว้างเเสดงอาการเหนื่อยหน่ายให้เจ้าของห้องดูเป็นขวัญตา
“เเถมให้เป็นห้าเลย เอ๊า!!!” ชายหนุ่มผิวคร้ามแดดเเทบจะกระโดดจับจินมาจูบให้สมกับความดีใจ...เเต่นึกขึ้นได้ว่าไอ้เราก็ไม่ได้มีรสนิยมเเหวกเเนว เลยลดเหลือเเค่อาการกระดี๊กระด๊าพอตัว ชายหนุ่มรีบงัดว่าที่ตัวเงินตัวทองประจำคืนนี้ให้รีบไปอาบน้ำเสริมความหล่อ ด้วยความเริงร่าสุดขีดหนุ่มบราซิลอาจจะลืมคิดไปอีกอย่างว่า
กาแฟบราซิลมันถุงละเหรียญสองเหรียญเหรอไงเล่า~!!
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
บรรยากาศยามเย็นกลางนครเซา เปาโล ผู้คนต่างทยอยออกจากตึกระฟ้ามาเดินบนพื้นดิน แน่นอนว่าชุมชนเมืองที่เจริญด้วยแสงสีย่อมเติบโตมาควบคู่กับแหล่งอบายมุขชั้นเลิศ บรรดาผับมากมายที่เรียงรายอยู่บนถนนเริ่มจะเปิดดนตรีคลอเบาๆเป็นการเรียกลูกค้า
เจ้าของร่างผิวขาวอย่างคนที่ถูกบ่มด้วยอากาศหนาวเดินวนไปเวียนมาแถวย่านสถานเริงรมย์ด้วยสีหน้าลำบากใจสุดกำลัง นาฬิกาสายหนังบนข้อมือบางถูกยกขึ้นดูครั้งแล้วครั้งเล่า นิ้วเรียวเกี่ยวบุหรี่ตัวน้อยจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ขึ้นมาจุดสูบด้วยความหงุดหงิดเต็มทน ให้รอเพื่อนมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่โดนไอ้สายตาจากผู้ชายแถวนี้โลมเลียมากว่าครึ่งชั่วโมงเนี่ย.....มันไม่สนุกเลยนะว๊อย~!!! อยากจะเดินไปจิ้มกะโหลกเรียงตัวแล้วสั่งสอนให้รู้นัก ว่าคนที่แกลวนลาม ล่วงละเมิดสิทธิบุคคลทางสายตาอยู่เกือบชั่วโมงเนี่ย มันเป็นผู้ชาย!! มีไอ้ป๋องแป๋งงอกออกมาเหมือนกันล่ะเว้ย ถ้าแก้ผ้าแล้วไม่ผิดข้อหาอนาจารนะ คาเมนาชิ คาซึยะคนนี้จะถอดให้ดูเป็นขวัญตา!!
อุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงบราซิล เห็นว่ามีดีกรีรสกาแฟอร่อยจนชื่อดังไปทั่วโลกมาการันตี เพราะงั้นดีกรีรสผู้หญิงบราซิลมันก็ต้องเยี่ยมยอดไปด้วยเซ่~ แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว เกรงว่าก่อนที่จะได้ชิมรสชาติสาวบราซิลรสต้นตำรับ เค้าไม่ต้องโดนหนุ่มบราซิลงาบเป็นค่าภาษีผ่านด่านเอาก่อนเหรอไง!?! คาซึยะเอ๊ย คิดผิดที่มาประเทศนี้หรือเปล่าวะ!!! .....ไอ้เพื่อนเวร!! อย่าให้พูดภาษาสเปนได้นะเว้ย ท่านคาซึยะคนนี้จะด่าให้เสียหมาเลย ฮึ่ม~!!
ไม่นานนักกลุ่มผู้ชายชาวตะวันออกอีกสองคนรีบสาวเท้าออกมาจากหัวมุมตึก ก่อนที่ร่างบางเลือดญี่ปุ่นร้อยเปอร์เซ็นต์จะก่อเหตุอาละวาด ฆ่าล้างบางผู้ชายบราซิล และเพื่อความเนียน บรรดาผองเพื่อนตัวดีจึงไม่ลืมที่จะแกล้งหอบหายใจราวกับวิ่งหนีฆาตรกรมาสดๆร้อนๆ
“ขอโทษทีนะ คาเมะ พอดีว่าหลงทางยกแก๊งว่ะ” เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งแปะมือบนบ่าเล็กนั่น ตบเบาๆอีกทีสองทีเหมือนจะย้ำความ แถมท้ายด้วยการเอาตากลมโตอ้อนเอาๆ แบบนี้จะไม่ใจอ่อนได้ไงไหวเล่า ยามะพีคนเจ้าเล่ห์!!
“เอ้า...ส่วนนี่คาเมะ บทลงโทษของนายที่แพ้ดวลเหล้าเมื่อคืน” ร่างสูงผิวขาวจัดอีกคนยัดเยียดถุงใบใหญ่ให้คาเมะ ด้วยสีหน้าสะใจสุดฤทธิ์ ทำเอานักโทษร่างเล็กรู้สึกขนลุกโดยไม่ทราบสาเหตุ จะทำอะไรก็ไม่ได้ นอกจากใช้ตาเรียวสวยตวัดมองอย่างคาดโทษไว้ล่วงหน้า.....เพื่อนคาเมะแต่ละคน แสบน้อยซะที่ไหน ไม่ใช่ว่าที่มาสาย จนเค้าเกือบโดนฉุดอยู่รอมร่อนี่ เป็นอีกแผนที่เก็บไว้แกล้งหรอกนะ
“อย่าให้ถึงคราวฉันบ้างนะ ชิโรตะ ยู!!!” ถ้าทำได้ร่างบางอยากจะแปลงร่างเป็นหมาป่า กระโดดขย้ำคอไอ้เพื่อนรักทั้งสองตัวซะจริง ใบหน้าเรียวสวยงอง้ำลงบ่งบอกถึงอาการงอนอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับเรียวปากที่เชิดขึ้นตามฉบับคนเอาแต่ใจ ทำเอายามะพีกับยูแทบจะกระโดดกอดคอกันฉลองความดีใจเหลือล้น....วันนี้แหละ ที่รอคอย!…. เจ้าตัวเล็กคงไม่รู้สิเลยว่า ใบหน้าแบบนั้นน่ะ มันน่าแกล้งเป็นที่สุด น้อยครั้งนักที่จะมีคนทำให้คาเมนาชิผู้นี้หลุดอาการงอนได้ แล้วแบบนี้จะไม่ให้ดีใจได้อย่างไง (^o^)
“เดี๋ยวจะล้างคอรอเลยดีมั้ยจ๊ะ คาเมะจัง” น้ำเสียงยียวนนั่นยังไม่กวนประสาทคาเมะเท่าชื่อเรียกท้ายประโยคเลยสักนิด ....ไอ้เพื่อนชั่ว แบบนี้มันน่าจับกดเหล้าให้กระเพาะมันสำลักไปเลย!! ร่างบางได้แต่นึกคาถา เวทมนต์วูดูสาปส่งเพื่อนรักสองคนในหัว หารู้ไม่ว่านี่เป็นเพียงการเรียกน้ำย่อยของบทลงโทษในค่ำคืนนี้ต่างหาก
ทั้งยูแลยามะพีพากันหิ้วปีกคาเมะด้วยความรื่นรมย์เต็มเปี่ยม ไม่นานนักชายหนุ่มแดนปลาดิบทั้งสามคนก็ไปหยุดอยู่หน้าประตูไม้บานเล็กที่ติดป้ายว่า “Senorita ‘o Madonna” ม่านลูกปัดที่ทำจากไม้หอม ห้อยเป็นระย้าลงมาจากเพดาน เหมือนเป็นเส้นกั้นของโลกแห่งกลิ่นอายยามค่ำคืน ทั้งที่ภายในร้านน่าจะคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นของแอลกอฮอล์จากเหล้าร้อยแปดพันเก้าชนิด ทว่าในร้านนี้กลับมีเพียงกลิ่นดอกไม้อ่อน เย้ายวนให้สูดหายใจเข้าปอดไม่รู้เบื่อ มีเพียงบาร์เหล้า และเวทีเล็กกลางร้านที่พอจะบอกให้รู้ว่าร้านนี้เป็นผับ
“จะ Senorita หรือ Madonna เดี๋ยวก็ได้รู้กันล่ะ?” ยามะพีปรายตามาทางเจ้าตัวเล็กที่มัวแต่เพลิดเพลินกับดนตรีพื้นเมือง และกลิ่นหอมอ่อนๆที่กำจายอยู่ทั่วร้าน เอาน่า...อย่างน้อยทั้งเค้าและยูก็ไม่ใจร้ายจนเกินไปหรอก รักหรอกจึงหยอกเล่น เข้าใจมั้ย คาเมะจัง? (^^)
“คาเมะ เปิดดูของขวัญของพวกเรารึยังเนี่ย?” น้ำเสียงยูฟังดูตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด อย่าว่าแต่ยูเลย ยามะพีเองก็ลุ้นไม่แพ้กันหรอก ดูจากตากลมโตที่เป็นประกายวาบวับขึ้นก็รู้ ร่างสูงกวักมือเรียกบริกรมาสั่งเครื่องดื่มพร้อมเสร็จสรรพ เป็นการฆ่าเวลาให้คาเมะเตรียมใจก่อนเปิด’ของขวัญ’
มือเรียวแกะโบว์ที่ผูกปากถุงออกไม่เบานัก ร่างบางแน่ใจว่าไอ้ของขวัญนี่มันไม่ใช่ของขวัญของเค้าหรอก...แต่เป็นของขวัญของยูกับยามะพีต่างหาก!! หลังจากที่แกะตรงนู้น คลายตรงนี้อยู่สักครู่ คาเมะก็เทของขวัญสุดสยองกองลงบนโซฟา ไม่นานเกินรออาการที่ยามะพีให้นิยามว่า ‘เหวอ แ-ก’ ก็ปรากฏกับร่างบาง ดวงตาเรียวขยายขนาดกว่าปกติเป็นสามเท่าตัว ร่างเล็กลุกพรวดขึ้น ชี้นิ้วที่กองของขวัญ สลับกับหน้าหล่อๆของเพื่อนรักทั้งสองคน ริมฝีปากบางเผยอออกอย่างพูดอะไรไม่ถูก....แหม ลองฝีปากแก่กล้าแบบคาเมะ จุกจนด่าไม่ออกแบบนี้ สงสัยว่าจะช๊อคจริงๆแหะ
“อ่ะ...ไอ้!!...ล้อเล่นใช่มั้ยวะ!!!” ถ้าไม่ช๊อคจนเรี่ยวแรงหดหายแบบนี้ คาเมะอยากจะกระชากคอยามะพี จิกหัวยูมาถามให้รู้แล้วรู้แรดไปเลย!! แต่ทว่าเพื่อนรักสุดใจขาดดิ้นของคาเมะทั้งสองคนเตรียมการรับมือมาแล้วเป็นที่เรียบร้อย Devil’s Smile ของยามาชิตะ โทโมฮิสะ ประกบคู่กับ Evil’s Face ของ ชิโรตะ ยู ก็ทำให้ฮอร์โมนวีนแตกซึ่งเป็นไม้ตายสุดท้ายของ คาเมนาชิ คาซึยะหดหายได้เหมือนกันนะ (ToT)
กระโปรงยาวผ้าฝ้ายสีขาวปลอด กับเสื้อแขนกุดตัวเล็กที่เข้าชุดกัน นั่นยังไม่ทำให้คาเมะเสียสติเท่ากับ...ก้อนซิลิโคน คัพB พร้อมบราเซียแบบไร้สาย!! นี่เค้าควรจะขอบคุณ(ไอ้วิปริต)ยามะพี กับ (ไอ้จิตเสื่อม)ยู ดีหรือเปล่า ที่ไม่คิดหากางเกงในแบบผ่ากลางมาด้วย!?!
นี่เค้ามาตกเบ็ดนะ....ไม่ใช่เป็นเหยื่อให้ใครมาตก!!!
“โทษฐานที่คิดจะมอมเหล้าพวกเรา แค่นี้มันยังน้อยไปนะ “ ร่างสูงยกแก้วที่มีน้ำอำพันเข้มข้นจรดริมฝีปากเพื่อปกปิดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไว้สุดกำลัง ช่วยไม่ได้...ใครใช้ให้โกงคุณชายชิโรตะ ยูคนนี้ก่อนล่ะ หนอย~ บังอาจผสมเหล้าเพียวๆมาตัดกำลังท่านยู อย่าคิดว่าแค้นนี้จะไม่มีการชำระเลย คาเมะจัง!!
“เอ้า...ไปแต่งตัวสวยๆ มาให้อาเสี่ยยามะคนนี้ชมหน่อยซิ” เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งหอบบรรดาเสื้อผ้าที่อุตส่าห์ไปสรรหากับยูมาจนขาแทบขวิด ยัดใส่มือคาเมะ แล้วรุนหลังให้เดินจ้ำไปห้องน้ำ ซึ่งแน่นอนว่าเป็น...ห้องน้ำหญิง!!! ร่างบางยื้อก็แล้ว งอนก็แล้ว อ้อนก็แล้ว แต่ดูเหมือนว่ายิ่งทำ ยามะพีก็ยิ่งใจแข็ง ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้ชาย คาเมะอยากลงไปดีดดิ้นกับพื้นเป็นแน่แท้
ยูและยามะพีรู้อยู่เต็มอกว่า สิ่งที่คาเมะเกลียดที่สุดคือ การที่คนอื่นปฏิบัติกับตัวเองเหมือนไม่ใช่ผู้ชาย แต่ว่าโอกาสที่จะได้เห็นคุณชายหน้าหวาน ขี้เอาแต่ใจคนนั้นทำตัวให้น่ารักสมกับหน้าตาบ้าง ทั้งสองคนจะไม่ลังเลเลยที่คว้ามันไว้ แถมมีโบนัสด้วยอาการอ้อนแกมงอนแบบนี้.....ทุ่มจนหมดตัว ก็ยอมล่ะวะ >/////<
“นายว่าถ้าให้คาเมะใส่ ‘ไอ้นี่’ เจ้านั่นจะโกรธหรือเปล่า?” ร่างสูงผิวขาวที่เหยียดกายไปตามความยาวของโซฟานุ่มถามขึ้น พลางหยิบ’ไอ้นี่’ออกมาให้ยามะพีเห็นชัดๆ ดวงตากลมโตดูจะขยายขนาดขึ้นอีกนิด ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าอย่างใช้ความคิด
“...ไหนๆก็โกรธอยู่แล้วนี่” มือเรียวคว้าแก้วที่รินเหล้าผสมขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น ไม่นานริมฝีปากอิ่มก็คลี่ยิ้มน้อยๆ รอยยิ้มที่คาเมะมักชี้หน้าด่าว่า ‘ถ้าคิดจะยิ้มแบบนั้นล่ะก็ ไสหัวไปไกลๆเท้าฉันเลยนะ!!!’ แค่นึกถึงอาการวีนแตกของเจ้านั่น ยามะพีก็กลั้นยิ้มจนแก้มตุ่ยแล้วเนี๊ยะ
เวลาผ่านไปนานจนยูนึกว่า Senorita ของพวกเค้าหลบหนีออกจากประเทศบราซิลเเล้ว ก็เกิดอาการร้อนตูดจนเส้นประสาทที่ปลายเท้ามันกระตุกไปฟาดยามะพีอย่างพอดิบพอดี เจ้าของดวงตากลมโต หันมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดเต็มทน ถ้าไม่ใช่เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่นะ ป่านนี้ท่านยามะคนนี้จะลากไอ้ตี๋หน้าขาวคนนี้ฆ่ายัดถุงแน่
“แถวบ้านแก เรียกว่าสะกิด ใช่มั้ยวะ?” ร่างโปร่งผิวแทนสามารถอดกลั้นแล้วใช้แผนรบ ‘นิ่งสยบมาร’ แต่ถ้าไอ้มารหล่อๆแบบนี้มันยังกวนต่อเนื่องล่ะก็...คงได้เห็น ’ยามาชิตะเวอร์ชั่นปลาทองตกมัน’ ก็คราวนี้ล่ะ!!
“ถ้าแถวบ้านแกบอกว่าใช่ ก็คงใช่น่ะแหละ เพราะรั้วบ้านฉันก็อันเดียวกับบ้านแกไม่ใช่เหรองะ...!?!?!?” ไม่ทันขาดคำ ฝ่ามือเรียวก็ ‘สะกิด’ แถวๆกกหู จนต่อมกวนประสาทคุณชายชิโรตะแทบจะกระเด็นหลุดออกมาจากปาก ยูรีบสลัดอาการมึนเมาจากการสะกิดของยามะพี แล้วรีบถลาไปตะครุบมืออีกฝ่ายไว้ เมื่อเห็นขวดเหล้าที่เหลืออยู่เกือบค่อนขวดกำลังเงื้ออยู่กลางอากาศ
“ละ..ล้อเล่นง๊า~~~” ร่างสูงแทบจะลงไปคุกเข่าอ้อนวอนให้ยามะพียอมวางขวดเหล้าในมือลง นี่สินะที่โบราณเขาว่า ‘อย่าแหย่เสือหลับ!!’
“รีบไปตามคาเมะจังเร็วๆเข้า ก่อนที่เหล้าขวดนี้จะฟาดกบาลแกจนปัญญาเสื่อมไปกว่านี้” สั่งเฉยๆ ก็ไม่ใช่ยามะพีน่ะสิ ของจริงต้องมีขู่ตบท้าย!! นี่ก็เป็นอาการเก๊กแตกของท่านยามะคนนี้ที่น้อยครั้งนักจะได้เห็น ไม่ใช่เพราะความถี่ในการเกิด แต่เป็นเพราะคนที่สามารถกลับมาเล่าเรื่องต่อได้นั้นมีน้อยนัก
ร่างสูงผิวขาวจัดเดินบ่นงึมงำๆ ไปตามประสาคนขี้แพ้ แบบนี้ล่ะน๊า...ที่เค้าชอบอาการหลุดเก๊กของคาเมะที่สุด เพราะรายนั้นน่ะ ต่อให้เอามีดมาจ่อคอขู่ยังดูน่ารักน่าหยิกไม่เหมือนกับไอ้โหดหน้าหวานยามะพี คนที่พอเอายามะพีอยู่นั่นก็มีแต่คาเมะนี่ละนะ เพราะงั้นตอนนี้ท่านยูต้องไปหาโล่กำบังยี่ห้อคาเมนาชิด่วน!!
ถัดจากจุดเกิดเหตุประมาณสามสิบก้าว คุณชายชิโรตะก็มาหยุดยืนหน้าประตูที่สลักด้วยไม้เป็นรูปผู้หญิง ร่างสูงกระแอมแก้เขินเล็กน้อย ก่อนจะเคาะประตูนั้นเบาๆ แหม...ก็คนมันไม่เคยเข้าห้องน้ำผู้หญิง
“คาเมะ...เสร็จยัง?” แล้วยูก็ตัดสินใจที่จะทำแค่ยืนเรียกอยู่หน้าห้องน้ำ เรามันผู้ชายทั้งแท่ง เรื่องเข้าห้องน้ำผู้หญิงนะ ให้เป็นหน้าที่คาเมะคนเดียวล่ะกันนะ (แล้วไอ้หน้าไหนมันยัดเยียดล่ะวะ? :: คาเมะ) ผ่านไปห้านาทีกว่า....ร่างสูงเริ่มรู้สึกเหมือนตกเป็นเป้าสายตาคนอื่น ตอนนี้คนหน้าตาดีแบบเค้าคงดูเหมือนไอ้โรคจิตถ้ำมองมากเลยสินะ คุณชายสุดเท่จากแดนญี่ปุ่นกำลังถูกผู้หญิงบราซิลยืนหัวเราะคิกคักอยู่หน้าห้องน้ำหญิง!!! รู้ถึงไหน อายถึงนั่นเลยว๊อย ชิโรตะ ยู~!!!
ก่อนที่ร่างสูงจะโดนบริกรหามออกนอกร้านเนื่องจากท่าทางที่คาดว่าจะเป็นภัยต่อบรรดาสาวบราซิล ประตูไม้สลักก็เปิดออก เพื่อนตัวเล็กที่ยูจำได้ว่าวิ่งไล่ฟัดกันมาแต่เด็ก เคยอาบน้ำเทียบขนาด ’น้อง’ มาจนขึ้นประถม ตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากสาวน้อยแรกรุ่นที่ยูเคยจีบไม่เว้นแต่ละวัน คุณชายชิโรตะเกือบยั้งไม่ทันเมื่อมือไม้มันคันยุบยิบอยากจะไปเช็คสภาพใต้กระโปรงกันอีกรอบ!! ร่างสูงอยากจะเอาควักลูกตาไปล้างเหล้าแล้วเอามาดูภาพตรงหน้าให้แน่ใจว่า......เพื่อนกู๊~!?!?!?!
“ถ้าหัวเราะล่ะก็...แกโดนลูกตะกั่วยัดปากแน่!!” คำทักทายที่ไพเราะแบบนี้ เสริมความมั่นใจให้ยูได้มากโขเลยว่า....เนี่ยแหละ ไอ้เต่าของป๋ายูล่ะ!!....ร่างสูงระงับสติอารมณ์ แล้วค่อยๆมองร่างตรงหน้าอย่าพินิจพิเคราะห์(ทุกรูขุมขน) อืมมม์ เสื้อแขนกุดสีขาวแบบเข้ารูปที่ช่วยเน้นสัดส่วนตรงเอวคอด ก็เข้ากันได้ดีกับกระโปรงผ้าฝ้ายตัวยาวที่นอกจากจะดูพริ้วแล้ว ยังปกปิดป่าละเมาะตรงหน้าแข้งเจ้าตัวเล็กอีกด้วย ผ้าพันคอสีชมพูอ่อนช่วยเพิ่มสีสันอีกทั้งยังพรางลำคอแบบผู้ชาย แหม...เรานี่มันหล่อแล้วยังฉลาดอีกนะเนี่ย....^o^
หลังจากที่ชื่นชมความงามทุกระเบียดนิ้ว เพียงชั่วครู่สายตาคมกริบก็ไล่กลับไปยังเสื้อแขนกุดสีขาวอีกครั้ง...แต่ครั้งนี้ร่างสูงกลับจ้องมันนานจนคาเมะรู้สึกขนลุกซู่ ร่างบางเพิ่งเข้าใจว่า เวลาผู้หญิงโดนลวนลามทางสายตามันเป็นแบบนี้นี่เอง!!!
“เป็นไงมั่งคาเมะจัง ซิลิโคนคัพบีไม่อึดอัดใช่มั้ยจ๊ะ?” ร่างสูงยิ้มกริ่มเมื่อการประเมินผล(เฉพาะจุด)นั้นถือว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณชายชิโรตะ ทำเอาคาเมะอยากจะตะโกนด่า ‘ถ้าจะอึดอัดล่ะก็ คงเป็นสายตาหื่นกามออกนอกหน้าของแกมากกว่า ไอ้เพื่อนทรยศ!!!’
“เอ้า...ช่วยใส่ ’ไอ้นี่’ ด้วยนะดาร์ลิ้ง นี่มันไฮไลท์ของคืนนี้เลยนะรู้มั้ย?” ว่าแล้วร่างสูงก็หยิบ ‘ไอ้นี่’ ขึ้นมาอวดเป็นขวัญตา(ยูแอนด์ยามะพี) ถ้าทำได้คาเมะอยากจะเป็นลมสิ้นสติตรงนั้นให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่นึกขึ้นมาได้ว่าถ้าลงไปนอนสลบเหมือดแถวนี้ คงโดนอุ้มข่มขืนแล้วฆ่าทิ้งแหง เมื่อดีดลูกคิดในสมองเป็นอันเสร็จสรรพกระบวนความแล้ว ร่างบางก็มองไม่เห็นทางอื่นเลยนอกจากยอมให้ไอ้เพื่อน(เลว)สองตัวนี่มันโขกสับจนสาแก่ใจไปก่อน จากนั้น....ค่อยคิดบัญชีแบบทบต้นทบดอกเลย ฮึ่ม!!!
ร่างสูงลากแขนเรียวให้เดินเลี่ยงมาทางมุมอับสายตาคน แล้วหยิบ ’วิกผม’สีดำที่ยาวประมาณกลางหลัง ขึ้นอย่างล้อเลียนร่างบาง คาเมะรู้สึกไม่ต่างกับตัวเองเป็นหมูอ้วนฉุที่กำลังขึ้นเขียง โดยมีพ่อค้าหน้าเลือดเป็นยูที่กำลังลับคมมีดด้วยสีหน้าซาดิสม์ มือใหญ่สวมวิกผมสีดำยาวนั้นลงบนศีรษะเล็ก จากนั้นก็เก็บซ้าย เก็บขวาอย่างคล่องแคล่วเหมือนคนที่ใส่วิกมาแล้วจนคล่องมือ(?)
ขณะที่ยูกำลังเล่นแต่งตัวตุ๊กตาอย่างสนุกสนานจนคาเมะแทบร้องไห้อยู่ร่อมร่อ คุณชายยามาชิตะก็คงไม่ต่างจากเจ้าชายที่กำลังรอซิลเดอเรลล่านั่งรถฟักทองมาหา แน่นอนว่าระหว่างรอยามะพีจะมีอะไรทำ นอกจากกรอกเหล้า เคล้าเสียงเพลง ดวงตากลมตากวาดมองรอบตัวก็สะดุดอยู่ที่กลุ่มหญิงสาวชาวพื้นเมืองสี่ห้าคนที่ล้อมใครซักคน เอ๋....คนบราซิลมีผิวขาวแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย? ผิวเนื้อที่โผล่ออกมาให้เห็นเพียงนิดทำให้ร่างโปร่งอดสงสัยไม่ได้ แต่ความสงสัยของยามะพีกลับหยุดชะงัก เพราะซิลเดอเรลร่าที่โดนแม่มดจับแปลงโฉมกำลังเยื้องกรายเข้ามาใกล้มากขึ้น ร่างบางจะรู้ตัวบ้างมั้ยว่ากำลังดึงดูดความสนใจจากคนเกือบทั้งร้าน
ถ้า ‘Senorita’ คือเจ้าหญิงในรถม้าสีทอง…ที่ใครทุกคนก็อยากจะพะเน้าพะนอเอาใจ
‘Madonna’ ก็คงเป็นราชินีบนบัลลังก์แก้ว ไม่ว่าใคร...ก็พร้อมที่ยอมสละกระทั่งลมหายใจให้
Senorita ‘O Madonna?
“มานั่งบนตักอาเสี่ยสิ สาวน้อย” หลังจากที่สติกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว ปากอิ่มๆของยามะพีก็ทำงานได้อย่างคล่องปรื๋อ จนคาเมะอยากจะเอาขวดเหล้าเเถวนั้นกระเเทกหัวเหม่งๆซักสองสามที เเต่ดูท่าจะช้ากว่าอาเสี่ยผิวแทนเจ้าของรอบอกเหยียบร้อย มือใหญ่ออกแรงดึงร่างบางให้มาทรุดนั่งลงบนตักได้สมใจนึก กระตุกหนวดตัวอิจฉาที่อยู่เต็มร้านได้เป็นอย่างดี
“ดื่มให้หายเครียดหน่อยสิคาเมะ น่า~ เครียดมากไม่สวยนะจ๊ะ” สไตลิสจำเป็นอย่างยู ถึงจะเมาเเต่สัตว์สงวนที่อยู่ในปากก็ไม่ได้เมาตาม ร่างสูงรินน้ำสีอำพันเข้มข้นใส่แก้วเเล้วยกขึ้นจนชิดปากบางๆของร่างที่อยู่บนตักยามะพี
คาเมะมองอยู่ครู่ ก่อนจะตัดสินใจกรอกเหล้าประชดชีวิตหนุ่ม....สาวก็ไม่ได้แอ้ม ดันโดนจับเเต่งหญิงมาให้ผู้ชายหลีอีก ตูหนอตู ชีวิตนี้ช่างอาภัพนัก~~!!!! (ToT) ....อาการยกเหล้าซด รินเบียร์ดื่มแบบนี้ ไม่เกินสิบนาที ใบหน้าหวานก็แดงระเรื่อ กลิ่นกายก็กรุ่นด้วยแอลกอฮอล์อ่อนๆ จากตอนแรกที่นั่งตัวเเข็งบนตักยามะพี ตอนนี้มือไม้ก็เลื้อยไปตามไหล่กว้าง พาลจะลูบเข้าไปข้างในเสื้อเชิ้ตหนุ่มผิวแทนซะด้วย ถ้ามีมิเตอร์วัดความยั่วนี่ ปรอทคงจะแตกกันทีเดียว ยามะพีต้องสงบจิตสงบใจยกร่างเล็กให้พ้นจาก ’เขตสัตว์ดุร้าย’ ใต้กางเกง
“ยามะพี…อึ๊ก... นมที่แกหามาเนี่ย นุ่มมือชะมัดเลยว่ะ...ลองดูมั่งดิ๊” หลังจากที่เจ้าตัวทดลองความนุ่มด้วยตัวเองมาจนเบี้ยวไปข้างแล้ว คาเมะยังหวังดีจับมือใหญ่ให้ช่วยกันพิสูจน์ “ของดี” ที่เหลืออีกข้าง ร่างโปร่งผิวแทนรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจเพื่อน จนอยากตอบแทนด้วยการกดแผ่นหลังบางให้ติดเบาะชะมัด! ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนล่ะก็..งานนี้มีรายการเพื่อนสนิท ลอบแทงข้างหลังแน่!
“งั้นคนสวยมาซบเสี่ยยูบ้างก็ได้นะ...มานี่มา” คุณชายยูประคองไหล่บางให้รีบห่างจากคนบำเพ็ญตบะ ยามะพีกำลังเลือกอยู่ว่า จะขอบคุณยูดี หรือว่าจะเอาขวดเบียร์ฟาดหน้ามันดี....อืม ตัดสินใจลำบากเว้ย...กินเหล้าดับอารมณ์ดีกว่า
| | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |
ตรงเคาน์เตอร์ของบาร์ ชายหนุ่มผิวขาวจัดกำลังถูกสาวผิวสองสีห้อมล้อมไม่ต่างจากฮาเร็มส่วนตัว ปลายนิ้วแกร่งยกบุหรี่ขึ้นมาสูบเป็นระยะ ทั้งที่กลิ่นควันอบอวลขนาดนั้น ทว่าก็ไม่สามารถไล่เจ้าหล่อนได้แม้ซักคน ดวงตาสีดำตวัดมองหนุ่มพื้นเมืองที่อยู่หลังแคชเชียร์ราวกับจะบอกว่า....ดูซิ ผลงานของแก!.....โดยปกติก็ไม่ค่อยชอบให้ใครเข้าถึงตัวอยู่เเล้ว แต่ต้องมานั่งเป็นหุ่นให้ผู้หญิงมารุมลูบรุมคลำแบบนี้เนี่ย อาคานิชิเซ็งสนิท!
เจ้าของผับเปิดใหม่ แนะทางสว่างให้เพื่อนต่างชาติโดยการชี้ไปที่กลางเวที ไหนๆเสียงมันก็ดี ให้ร้องซักเพลงสองเพลงเนี่ย นอกจากจะสร้างบรรยากาศเเล้วยังช่วยดึงมันออกจากฝูงชะนีไร้กิ่งไม้เกาะได้อีก....คนอย่างจินน่ะ มีเสน่ห์เกินกว่าที่คนรอบข้างจะปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆได้....ข้อนี้แหละที่เขารู้ดี
จินมองทางสว่างที่ไอ้เพื่อนตัวดีแง้มให้ก็ถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย อยู่นี่ต่อไปอีกไม่เกินชั่วโมง มีหวังเค้าโดนโปะยาสลบเเล้วลากเข้าโรงแรมแหง...ก็ไม่เกี่ยงหรอกนะ แต่เรื่องแบบนี้ขอเป็นฝ่ายเลือก ’กิน’ เองมันสนุกกว่าไม่ใช่หรือไง? จะทำไงได้เล่านอกจาก...ขึ้นไปร้องเพลงตามคำสั่งเพื่อนหัวหมอ จากนั้นก็หลบฉากออกไปหากาแฟกินล้างปากดีกว่า....อืม เอาแบบนี้ล่ะ~!!
เสียงไม้กลองเคาะเป็นจังหวะ เร่งให้ร่างสูงของจินก้าวจากวงล้อมของสาวน้อยใหญ่ตรงมายังเวทีเล็กๆ ใบหน้าคมอย่างชาวตะวันออกหันไปส่งสัญญาณมือกลองอย่างคนรู้กัน ริมฝีปากสีสดเหยียดยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ร่างสูงเคาะเท้าเป็นจังหวะตามอินโทรของเพลง เเล้วปรายตาไปยังกลุ่มผู้หญิงที่พึ่งผละออกมา ไม่ต้องเอ่ยปากพูด ไม่ต้องเรียกหา แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าหล่อนก้าวเท้ามากลางฟลอร์สะบัดลีลาเรียกความสนใจจากคนร้องได้ไม่ยากเย็น ไม่นานนักหน้าเวทีก็เหมือนกลุ่มชุมนุมเรียกร้องสิทธิ(ให้สนใจ)สตรี แล้วมีหรือที่เหล่าบุรุษจะยอมปล่อยให้ตัวเองนั่งเหี่ยวอยู่ที่โต๊ะ....แบบนี้ต้องขอบคุณไอ้หน้าหล่อบนเวทีซักหน่อยแล้วล่ะ
สายตาของผู้หญิงหลายคนหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มบนเวที เเต่ดวงตาคมนั้นกลับหยุดอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ด้านในสุดของร้าน ร่างบางในชุดสีขาวปลอดที่ขนาบด้วยชายหนุ่มหน้าตาดีทั้งสองข้าง กลับดึงความสนใจทั้งมวลของจินได้ขนาดนี้ ร่างสูงสะดุ้งเล็กๆเมื่อได้ยินเสียงกระแอมจากมือกลองด้านหลัง ริมฝีปากสีสดยิ้มแก้เก้อเล็กน้อยที่หยุดร้องไปเกือบนาที เสียงไม้กลองเคาะเป็นจังหวะแทนคำว่า’ไม่เป็นไร’ และเริ่มสานต่อความครื้นเครงอีกครั้ง
‘Just for a sec…
or
Let it be forever’
“คาเมะ ยังเมาไม่พออีกเหรอไง” มือใหญ่ของยามะพีดึงแก้วที่เต็มไปด้วยน้ำสีอำพันเข้มออกจากมือเรียวขาว ก่อนจะดื่มเข้าไปครึ่งนึงเเล้วผสมให้มันเจือจางลง รู้ดีว่าตามนิสัยฉบับคุณชายคาเมนาชิ ยิ่งห้ามก็ยิ่งทำ
“อื้อ...ก็มันอะ...อร่อ..ย” แค่ประโยคสั้นๆ คาเมะยังกินเวลาไปเกือบครึ่งนาที ก็พอรู้เเล้วว่าเจ้าตัวเล็กตอนนี้กลายเป็นเต่าอบบรั่นดี ราสซอสเบียร์ไปเเล้ว เหล้าในมือเล็กก็หมดลงภายในเวลาไม่ถึงนาที ทำเอายามะพีถอนใจดังเฮือก
“อือ...มันขา..ด อะไรไปอย่างน้า~” ไม่ทันขาดคำ ร่างบางในชุดผู้หญิงตั้งเเต่หัวจรดเท้าก็เดินตัวปลิวไปกลางฟลอร์เต้นรำเเล้ว ยามะพีก็เกิดอาการร้อนตูดร้อนตัวอยากจะเข้าไปห้ามทันที เเต่ถูกมือของเพื่อนอีกคนดึงไว้ก่อน
“นี่…Senorita ‘o Madonna?” ใบหน้าทะเล้นของยูทวน ’ข้อตกลง’ ให้ยามะพีฟังอีกครั้ง ชายหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งทรุดลงนั่งตามเดิม ใบหน้าคมหยุดคิดเพียงครู่
“Senorita พันเหรียญ” ริมฝีปากอิ่มจุดรอยยิ้มขึ้นอย่างคนมั่นใจ
“Madonna พันเหรียญ” มือใหญ่ของยูค่อยๆรินเหล้าให้เต็มสองแก้วสำหรับยามะพีและตัวเอง เสียง’กริ๊ก’ ของขอบแก้วใสที่ชนกัน เป็นการเริ่มสัญญาณของการท้าทายในค่ำคืนนี้
หน้าเวทีตอนนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนทั้งหญิงสาวที่ส่งสายตาและท่าทางให้นักร้องจากต่างแดน อีกทั้งชายหนุ่มที่ออกมาตัดคะแนนนิยม เมื่อเข็มนาทีเดินไปไกลขึ้น ทั้งชายหนุ่มและหญิงสาวก็ยิ่งเพิ่มจนทำให้ร้านดูแคบไปถนัดตา แต่สิ่งที่ทำให้เหล่าฝูงชนแตกออกเป็นสองส่วนเพื่อสร้างถนนเส้นเล็กได้ก็คือร่างบางเจ้าของผิวสีขาวจัด ชายกระโปรงสีขาวที่พลิ้วไปตามจังหวะการเดิน ยิ่งสะบัดมากขึ้นเมื่อเอวบางเริ่มขยับไปตามจังหวะเพลง ดวงตาเรียวหรี่ลงเพียงนิดราวกำลังสร้างโลกที่มีเพียงแค่ตัวเองและเสียงดนตรี ยิ่งเพลงเร่งจังหวะให้เร้าขึ้น แรงขึ้น ผู้คนที่อยู่รายล้อมร่างบางก็ยิ่งมากขึ้น ร่างบางที่อยู่กลางพื้นไม้ขัดมันส่งกลิ่นความเย้ายวนราวกับดอกไม้ในดินแดนต้องห้าม ทั้งหอมหวาน และงดงาม แต่ไม่มีผู้ใดอาจเอื้อมเด็ดลงมาเชยชมได้
เมื่อเสียงเพลงบรรเลงมาถึงเกือบปลายทาง นักร้องนำจำเป็นก็กระโดดลงจากเวที ปล่อยให้เหลือแต่เพียงเสียงดนตรีคลอเบาๆ ดวงตาคมยังไม่ละสายตาไปจากร่างบางที่ดึงความสนใจไปตั้งแต่แรกพบ จนกระทั่งระยะห่างลดเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น ใกล้จนได้กลิ่นอ่อนๆจากร่างบาง แผ่นหลังกว้างค้อมตัวเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือออกไป ร่างสูงใช้เพียงดวงตาและภาษากายในการออดอ้อนคนตรงหน้าให้ยอมไว้ใจ และเชื่อใจในตัวเขา
ดวงตาเรียวที่ฉ่ำไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์มองภาพตรงหน้าอย่างเลื่อนลอย อะไรบางอย่างบอกให้คาเมะรู้ว่า จะไม่เป็นไร ริมฝีปากบางวาดเป็นรอยยิ้มอ่อนๆ ก่อนจะยอมวางมือลงมือบนฝ่ามืออุ่นตรงหน้า
ร่างสูงเกี่ยวปลายนิ้วเรียวขึ้นมาจรดริมฝีปากเบาๆก่อนจะวางลงบนไหล่ตนเอง แล้วรวบเอวบางเข้ามาใกล้ด้วยมืออีกข้าง เมื่อจังหวะเพลงลดระดับความร้อนแรงจนเหลือแค่ความนุ่มนวล และอ่อนหวาน
“Dance with me” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วๆที่ข้างใบหูนิ่ม ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มอ่อนๆให้ร่างในอ้อมแขนก่อนจะพาให้เคลื่อนไปตามเสียงเพลงด้วยกัน
หลายครั้งที่จินต้องสะดุ้งเพราะโดนเท้าร่างบางเหยียบ แต่สิ่งที่ทำให้จินไม่รู้สึกโกรธสักนิดคือเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆในอ้อมแขนและลมหายใจอุ่นๆที่ซอกคอ จินผละออกจากร่างเล็กเพียงนิด ก่อนจะก้มลงถอดรองเท้าส้นสูงให้คาเมะแล้วเหวี่ยงมันไปข้างๆอย่างไม่ใส่ใจ เมื่อไม่มีคนคอยพยุงตัวร่างบางก็ทรุดลงนั่งกับพื้นแล้วจะไถลลงไปนอนแน่ๆถ้าหากไม่มีมือใหญ่คอยรั้ง ใบหน้าสวยที่แดงก่ำด้วยแอลกอฮอล์ออกอาการบูดสนิททันทีเมื่อถูกขัดใจ ริมฝีปากแดงฉ่ำยื่นออกมานิดๆ อีกทั้งคิ้วเรียวที่ขมวดหน่อยๆ ทำให้จินหัวเราะออกมาโดยไม่รู้สาเหตุ ร่างสูงออกแรงรั้งร่างบางเข้ามาใกล้อีกครั้ง แต่คราวนี้จินให้เรียวเท้าขาวของร่างบางเหยียบลงบนเท้าตนเองไว้ ก่อนจะพาให้ร่างบางเคลื่อนไปตามเสียงเพลงอีกครั้ง
ความรู้สึกนิ่มหยุ่นที่ปลายเท้าทั้งสองข้าง แรงที่รั้งให้ตัวหมุนติ้วไปตามเสียงเพลง ทำให้ใบหน้าที่บูดบึ้งเมื่อครู่เริ่มหัวเราะออกมาอีกครั้ง
………….
……..
เสียงเพลง....หมุนติ้ว...อะไรนิ่มๆ......สนุกจังเลย....
.........
......
..เพลง…..หมุนๆ....
…
…
นิ่มๆ...
...
..
..
.
.
ความรู้สึกนุ่มและนิ่มของสิ่งที่โอบรอบตัวชวนให้ร่างบางบิดไล่ความขบเมื่อยก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงด้วยความเคยชิน แต่ทันทีที่พลิกตัวความรู้สึกแปลกๆที่แล่นริ้วผ่านไขสันหลัง ทำให้คาเมะสะดุ้งตื่นด้วยความหงุดหงิด
‘เจ็บไรวะ’
ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ลงมือวินิจฉัยตัวเอง แรงดึงจากข้างๆก็ดึงให้ร่างบางล้มลงที่นอนอีกครั้ง ทำให้ดวงตาเรียวเล็กเหลือกขึ้นเหมือนปลาขาดน้ำในทันที ท่อนแขนรูปร่างไม่คุ้นตา สีผิวไม่คุ้นใจก็โอบพาดลำตัวร่างบางก่อนจะรั้งคาเมะให้เข้ามาใกล้ความจริงมากขึ้น ร่างบางแทบจะแหกปากร้องไม่เป็นภาษาคนเมื่อเห็นว่าไอ้ตัวประหลาดข้างๆไม่ใช่เพื่อนซี้นรกสองตัวนั่น !
ผิวมันไม่ดำเหมือนยามะพี!!
หน้ามันก็ไม่เหมือนยู!!!
แต่มันนอนกอดกู๊~!!!!
“ไอ่..........!!” เมื่อเส้นประสาทในช่องปากเป็นอัมพาตทุกส่วน จะอ้าปากด่าก็ด่าไม่ออก คาเมะจึงได้แต่กางกงเล็บออกเตรียมพร้อม แล้วบรรจงขยุ้มที่เส้นผมยุ่งๆนั่นให้สาแก่ใจ! ก่อนจะกระชากมาให้เห็นหน้าเหยื่อชัดๆ!!
“Wa….What!!!!!” ร่างสูงที่นอนหลับอยู่ กระตุกเฮือกในทันใด ทั้งสติและหนังตาตื่นขึ้นทันทีโดยไม่ต้องกินกาแฟมาแก้ง่วงเหมือนทุกเช้า
“What the fuck you did to me?!! You son of a bitch!!” ร่างบางที่นั่งหน้าเหี้ยมอยู่ข้างๆทำให้จินรู้สึกขนลุกซู่ จนต้องรีบเปิดผ้าห่มก้มลง ‘เช็คสต็อกสินค้า’ ให้ครบจำนวน ก่อนดึงมือที่จิกหนังหัวเขาออก ถึงแม้ว่าจะทำให้ร่างบางได้ของแถมเป็นผมเกือบร้อยเส้นติดมือไปก็ตาม จินมองใบหน้าเรียวของมังกรไฟตัวน้อยตรงหน้าแล้วก็คิดความเป็นไปได้ที่จะเกิด....แทนที่ตื่นมาจะได้กุ๊กกิ๊ก ถามชื่อ สืบตัวตนให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่มานั่งหน้ายักษ์ใส่ แถมจิก(กระชาก)หัวเขารับอรุณสวัสดิ์แบบนี้เนี่ย.....แอลกอฮอล์ย่อยสลายสมบูรณ์แล้วแน่นอน!
“I think you should ask….How was that fuked?” อาศัยความปากดีเป็นสันดาน แล้วเพิ่มดีกรีความกวนประสาทเล็กน้อยด้วยการกระดกคิ้วนิดๆ เพียงแค่นี้ใบหน้าเรียวก็แดงก่ำ ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งแค้น ทั้ง.....!!
มือบางคว้าอะไรได้แถวนั้น ไม่รีรอที่จะขว้างมันใส่คนตรงหน้าทันที แต่โชคร้ายของคาเมะที่แถวนั้นมีแค่หมอนนิ่มๆเท่านั้น เพราะของที่เหลือกระจายอยู่บนพื้นด้วยฝีมือใครสักคนจากความร้อนแรงของเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
“สารเลว!!! หน้าอย่างแกต่อให้ถูกฆ่าตายก็ไม่มีใครมาเผาผีหรอก!!” ด่าเป็นภาษาพ่อภาษาแม่นี่แหละ สะใจกว่าภาษาฝรั่งถมถืด สองมือเรียวระดมทุบตีด้วยหมอนไม่ยั้ง ฟาดที่หน้า ทุบที่หัว ต่อท้ายที่ลำตัว แม้จะเป็นนุ่นยัดใส่ผ้า แต่พอผสมกับแรงบ้าของคาเมะก็ทำให้จินน่วมได้เหมือนกันล่ะนะ
ก่อนที่เขาจะกลายเป็นศพไม่ญาติไปจริงๆ จินรีบหาช่องโหว่ในการป้องกันตัวก่อนจะสามารถคว้าข้อมือเล็กได้ข้างนึง เมื่อการรบหยุดชะงัก บรรยากาศในห้องก็มีแต่เสียงหอบด้วยความเหนื่อยของทั้งคู่ คนนึงหอบเพราะเหนื่อยของจริง อีกคนหอบเพราะดีใจที่ยังมีหน้าไปลาแม่ก่อนตาย
“.................” ร่างเล็กที่นิ่งไปเหมือนมีใครไปดึงปลั๊กออก จู่ๆก็เกิดอาการซึ้งที่ได้เสียกับจินจนถึงขั้นน้ำตาคลอเบ้า ทำให้ร่างสูงนึกสับสนในอาการผีเข้าผีออกของคาเมะจนต้องวินิจฉัยโรคอีกที
ลืมตามาก็...ด่า
ด่าเสร็จก็....ตี
ตีจนเหนื่อยก็....ร้อง
โรคแบบนี้คงต้องแก้จากปลายเหตุไปต้นเหตุ ไอ้โรคขี้แยเนี่ยสงสัยต้องเอาจูบหมอจินไปแก้ให้หายละมั้ง....อ๊ะ! ไม่ได้! พรวดพราดไปจูบแบบนั้นก็เสียสถาบันพระเอกกันพอดี ต้องซับน้ำตาให้เรียกคะแนนกลับมาก่อนสินะ ว่าแล้วพระเอกใจโฉดก็ขยับตัวเข้าใกล้ปีศาจตัวน้อย ก่อนจะเอื้อมมือหวังจะซับน้ำตาที่เปรอะอยู่ตามแก้มให้
“อย่านะ!! ลองแกแตะตัวฉันอีกทีสิ! นอกจากแกจะได้เป็นผีไม่มีญาติแล้ว ศพแกก็จะไม่มีไอ้จ้อนให้สัปเหร่อรู้ว่าตัวผู้หรือตัวเมีย!!” ขู่ฆ่าตัดสายพันธุ์แบบนี้ เล่นเอาจินไม่กล้ากระดิกแม้แต่ปลายก้อย ได้แต่นั่งมองร่างเล็กสูดน้ำหูน้ำตาเข้าปอดอยู่ครู่ก่อนเจ้าตัวจะรีบหอบผ้าหอบผ่อนออกจากห้อง ทิ้งให้คนใบ้ที่เป็นอัมพาตซีกซ้ายอยู่ในห้องเพียงคนเดียว
